เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ตัวนะเองได้รับคำเชิญจากทาง JGB (Japanese Gourmet Bangkok) ซึ่งเป็นนิตยสารที่รวบรวมข้อมูลร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทย ให้เข้าไปร่วมงานที่ทางจังหวัดฟุคุชิมะ ประเทศญี่ปุ่นจัดขึ้น โดยงานนี้มีชื่อว่า “Fukushima Japan Travel & Foods PR Seminar” หรือ “งานสัมมนาเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสินค้าพื้นเมืองจังหวัดฟุคุชิมะ” ซึ่งจัดที่ โรงแรมคอนราด ที่อยู่ย่านเพลินจิตค่ะ
 

งานนี้นับว่าเป็นงานที่ค่อนข้างเป็นทางการ แถมยังเป็นงานสัมมนาที่ตัวเองเพิ่งได้รับเชิญให้มาร่วมงานเป็นครั้งแรกด้วย เลยรู้สึกตื่นเต้นอยู่พอสมควรเลยล่ะค่ะ

สำหรับภายในงาน จะประกอบไปด้วย 2 ช่วง ได้แก่

ช่วงที่ 1 : สัมมนาในหัวข้อ “การส่งเสริมการท่องเที่ยวและสินค้าพื้นเมืองประจำจังหวัดฟุคุชิมะ” เวลา 17.00-18.00  น. ณ ห้องบอลรูม ชั้น 4

และนี่ก็เป็นบรรยากาศภายในงานค่ะ ซึ่งก็มีพิธีกรชาวญี่ปุ่นและล่ามอีกคนหนึ่งมาแปลเป็นภาษาไทยให้ฟังอีกทีหนึ่ง

ก่อนที่จะเริ่มการบรรยาย คุณ Uchibori Masao รองผู้ว่าราชการจังหวัดฟุคุชิมะ ก็ได้มากล่าวเปิดสัมมนาก่อนค่ะ

จากนั้นก็เป็นคุณ Iuchi Setsuo ประธานองค์การส่งเสริมการค้าญี่ปุ่นประจำประเทศไทย (JETRO) มากล่าวเปิดงานเช่นกันค่ะ

หลังจากนั้นก็จะเป็นช่วงการสัมมนาในหัวข้อ “การส่งเสริมการท่องเที่ยวและสินค้าพื้นเมืองประจำจังหวัดฟุคุชิมะ” (ดูจากสไลด์ชื่ออาจจะต่างออกไปนิดนึงนะ) โดยคุณ Uchibori Masao รองผู้ว่าราชการจังหวัดฟุคุชิมะ

โดยใจความสำคัญของการสัมมนาในหัวข้อนี้ คุณ Uchibori ได้พูดถึงจังหวัดฟุคุชิมะว่า จังหวัดนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของผลไม้มาก ทั้งแอปเปิ้ล ลูกพีช ลูกแพร์ อีกทั้งยังแนะนำจังหวัดฟุคุชิมะคร่าวๆ อาทิเช่น ที่ตั้ง การเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยว สินค้าขึ้นชื่อ ฯลฯ และนอกจากนี้ คุณ Uchibori ก็ได้พูดถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติในภูมิภาคโทโฮคุและเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่จังหวัดฟุคุชิมะระเบิดเมื่อปี 2011 ผลกระทบในช่วงแรกๆ ที่เกิดขึ้นกับสินค้าในจังหวัดฟุคุชิมะ จนนำไปสู่การฟื้นฟูและความพยายามในการส่งออกสินค้าอีกครั้งจนเป็นผลสำเร็จ ซึ่งส่งผลให้ชาวเมืองมีกำลังใจในการใช้ชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง อีกทั้งยังมีการนำข้อมูลสถิติต่างๆ ทั้งปริมาณสารกัมมันตภาพรังสีในปัจจุบันที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ รวมถึงระบบการรักษาความปลอดภัยของอาหาร เพื่อให้ผู้บริโภคได้วางใจและเชื่อมั่นในสินค้าจากจังหวัดฟุคุชิมะมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ นะเองก็ยังได้เรียนรู้ภาษาท้องถิ่นของจังหวัดฟุคุชิมะมานิดนึงด้วยค่ะ โดยคำที่ได้เรียนรู้ในวันนั้นก็มีคำว่า

ありがとなし (Arigatonashi) = ขอบคุณ
真手(までい)のこころ (Madei no Kokoro) = ด้วยใจ
**真手(までい)(Madei) หมายถึง ความตั้งใจในการทำอะไรสักอย่าง
おいでくなんしょ (Oidekunansho) = เชิญเข้ามา

ก็นับว่างานสัมมนาคราวนี้ นะเองก็ได้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับจังหวัดฟุคุชิมะไปอีกเพียบเลยค่ะ และทางผู้จัดงานเองก็มีการเตรียมความพร้อมเรื่องเอกสารดีมากเลยด้วย เพราะงานนี้ ผู้ที่มาร่วมงานก็ได้เอกสารเกี่ยวกับหัวข้อสัมมนา คู่มือแนะนำการท่องเที่ยวและการประชาสัมพันธ์จังหวัดฟุคุชิมะ อีกทั้งยังได้ของที่ระลึกกลับไปอีกด้วย

ช่วงที่ 2 : งานเลี้ยงรับรองประชาสัมพันธ์สินค้าพื้นเมืองจังหวัดฟุคุชิมะ เวลา 18.30-20.00  น. ณ ห้องอาหารญี่ปุ่นคิซาระ ในโรงแรมคอนราด

โดยก่อนที่จะมีงานเลี้ยงอย่างเป็นทางการ ทางเจ้าภาพผู้จัดงาน โดยคุณ Uchibori Masao รองผู้ว่าราชการจังหวัดฟุคุชิมะ ได้กล่าวทักทายแขกผู้มีเกียรติก่อน

จากนั้น คุณ Sato Shigekazu เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ก็ขึ้นกล่าวคำทักทาย

และสุดท้าย คุณ Ito Kazuhiro ผู้อำนวยการสำนักงาน JNTO กรุงเทพมหานคร ได้กล่าวทักทายและนำคัมปาย (ไชโย) พร้อมกัน

หลังจากคัมปายเสร็จ... ก็ได้เวลาที่ทุกคนรอคอยกันแล้วค่ะ!! นั่นก็คือ การได้ลองลิ้มชิมรสอาหารที่ใช้วัตุดิบจากสินค้าพื้นเมืองของจังหวัดฟุคุชิมะนั่นเอง...

โดยภายในงาน ก็จะมีการจัดแสดงสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดฟุคุชิมะให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชมกัน

และตรงกลางของห้องอาหาร เราจะได้เห็นเหล่าบรรดาคุณพ่อครัวกำลังทำอาหารโดยการนำวัตถุดิบจากสินค้าในจังหวัดฟุคุชิมะมาทำอาหารให้ดูกันอย่างสดๆ เลย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาหารแนวเทปปันยากิ หรืออาหารประเภทผัด ปิ้ง ย่าง โดยการใช้กระทะเหล็กแบน

นอกจากนี้ ก็ยังมีโซนอีกโซนหนึ่งที่แยกห้องมาต่างหาก โดยจัดเอาไว้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบซูชิ, ซาชิมิ หรือของดิบโดยเฉพาะ

และสำหรับใครที่อยากจะลองลิ้มชิมเหล้าสาเกจากฟุคุชิมะ ภายในงานก็ยังมีการจัดบูธให้ลองชิมเหล้าสาเกได้อย่างจุใจอีกด้วย

สำหรับอาหารที่นะเองได้ชิมไปนั้น ที่จริงแล้วมีอยู่หลายอย่างมากเลยค่ะ แต่จะขอเลือกเป็นบางอย่างที่ทานแล้วรู้สึกชอบเป็นพิเศษละกันนะคะ ^^

อย่างแรกที่ชิมแล้วชอบก็คือเจ้านี่ค่ะ
 
 
มันคือ อาหารที่มีชื่อว่า “Ten no Tsubu Yaki Onigiri Tobanjanmiso” ...ฟังแล้วชื่อยาวเนาะ แต่ถ้าให้เรียกง่ายๆ มันก็คือ ข้าวปั้นย่างนั่นเองค่ะ เพียงแต่เขาได้นำข้าวที่หุงกับเห็ดหอมมาผสมคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงต่างๆ จนรสชาติลงตัว จากนั้นก็นำข้าวมาปั้นให้เป็นรูปสามเหลี่ยม และนำไปย่างบนกระทะเหล็กแบนอีกทีนึง ก็จะได้ข้าวปั้นย่างรสชาติอร่อยๆ ออกมาให้ได้ทานกัน ทานพร้อมกับบล็อกโคลี่ย่าง และเห็ดหอมย่าง ก็โอเคดีนะคะ
 
 
อาหารชนิดต่อมาที่ได้ชิมแล้วติดใจ ก็คือเจ้าสิ่งนี้ค่ะ
 
 

จำชื่ออาหารไม่ได้ แต่ที่รู้ๆ ก็คือ อาหารประเภทเนื้อย่าง หรือ ยากินิคุ นั่นเองค่ะ โดยเขานำเอาเนื้อมาผัดและปรุงรสอีกทีนึง ซึ่งรสชาติก็อร่อยกำลังดี เนื้อที่เอามาทำก็นุ่มมาก ที่สำคัญ ทำออกมาทีไร ก็หมดภายในระยะเวลาอันรวดเร็วทุกทีเลยล่ะค่ะ พอมีโอกาส ก็เลยต้องรีบถ่ายรูปเมนูนี้จากถาดใหญ่เอาไว้ก่อน ^^”

จากนั้น นะเองก็ได้มีโอกาสชิมอีกเมนูนึง ที่ขอบอกเลยว่า ชอบมากๆ เป็นอาหารที่ตามปกตินะเองไม่ค่อยได้เห็นใครนำเจ้าสิ่งนี้มาผัดๆ ย่างๆ เท่าไหร่เลย

และเจ้าสิ่งนี้ที่นะว่าก็คือ...

“แอปเปิ้ล”

ทุกคนอ่านไม่ผิดหรอกค่ะ มันคือ “แอปเปิ้ลย่าง” แอปเปิ้ลที่เป็นผลไม้นี่แหละค่ะ!! ซึ่งในงานนี้ ทางคุณพ่อครัวก็ได้เอาแอปเปิ้ลจากจังหวัดฟุคุชิมะมาย่างให้ดูกันอย่างสดๆ เลย

ส่วนรสชาตินั้น จะออกแนวหวานอมเปรี้ยวตามสไตล์แอปเปิ้ลของฟุคุชิมะ และพอได้นำมาย่างแล้ว ก็ยิ่งรู้สึกนุ่ม ชุ่มฉ่ำมากขึ้น ถ้าให้ลองนึกรสชาติอาหารที่คล้ายคลึงมากที่สุดที่พอจะจินตนาการได้ ก็ขอให้ลองนึกถึงกล้วยหักมุกที่เอามาย่างละกันค่ะ รสชาติแบบนั้นเลย เพียงแต่สัมผัสของมันยังได้ความรู้สึกถึงความเป็นเนื้อแอปเปิ้ลอยู่นั่นเองค่ะ ขอบอกว่าเมนูนี้ “ฟินมากกกกกก” เพราะมันอร่อยสุดๆ ไปเลย ><

นอกจากนี้ ยังมีอีกเมนูนึงที่นะเองเพิ่งจะมีโอกาสได้ทานเจ้าสิ่งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตด้วย นั่นก็คือ... “ฟัวกราส์” หรือ “ตับห่าน” นั่นเองค่ะ
 
 
ซึ่งรสชาติของเจ้าฟัวกราส์ ก็ออกจะมันๆ หน่อย แต่อร่อยมากเลย ส่วนซอสที่ราดบนฟัวกรานั้น ไม่ทราบเหมือนกันว่ามันคือซอสแบบไหน แต่รสชาติเข้ากับฟัวกรามากเลยค่ะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครหลายๆ คนที่ได้ทานแล้วถึงชอบกันนัก ^^

หลังจากที่รีวิวอาหารมาหลายชนิดแล้ว ก็มาถึงคราวเครื่องดื่มกันบ้าง แน่นอนว่าคงไม่พ้นเหล้าเป็นแน่แท้...

ปกติแล้ว นะเองเป็นคนไม่ค่อยทานเหล้าค่ะ เหตุผลง่ายๆ ก็คือ “รสชาติมันไม่อร่อย”

แต่ในงานนี้ นะได้มีโอกาสชิมเหล้าสาเกอยู่ชนิดหนึ่ง ซึ่งพอได้ชิมแล้ว นะเองก็รู้สึกชอบรสชาติของมันมากๆ นั่นก็คือ “เหล้าสาเกสตรอเบอร์รี่” หรือที่เรียกว่า “Ichigo Nigori Sake” ค่ะ ซึ่งขวดของมันก็หาได้ไม่ยากเลย เด่นมากๆ เพราะมีฉลากลายผลสตรอเบอร์รี่ติดอยู่
 
 
ส่วนรสชาติ ก็อารมณ์คล้ายๆ กับไวน์สตรอเบอร์รี่เลย แต่ดื่มแล้วรู้สึกร้อนท้องเหมือนทานเหล้าสาเกค่ะ แต่โดยรวมแล้วถือว่าโอเคนะ มั่นใจว่าถ้ามีเหล้ารสชาติผลไม้ล่ะก็ นะพอทานได้นะ (แต่ถ้าเอาให้ถึงเมา คงขอบายล่ะค่ะ 555)

ที่จริงแล้ว ตอนที่ได้ชิมเหล้าสาเกสตรอเบอร์รี่ พี่ที่ประจำบูธได้บอกว่า ที่จริงมันมีเหล้าสาเกมะนาวด้วย แต่น่าเสียดายที่หมดแล้ว งานนี้นะก็เลยได้ชิมเหล้าแค่นิดเดียวค่ะ ^^

หลังจากที่ได้ชิมโน่นชิมนี่มาพอสมควร ก็ปิดท้ายด้วยของที่ชาวฟุคุชิมะภูมิใจนำเสนอที่สุด อย่างบรรดาผลไม้ขึ้นชื่อของถิ่นเขานั่นเอง!!
 
 
จากรูป ก็จะมีองุ่น แอปเปิ้ล และลูกพีชค่ะ ที่จริงนะได้ลองทานลูกสาลี่ด้วย แต่น่าเสียดายที่ตอนจะไปตักมาชิมรอบสอง สาลี่กลับหมดซะงั้น... เลยได้ถ่ายรูปมาเท่าที่เห็นค่ะ

ส่วนรสชาตินั้น เป็นรสชาติที่นะเองรู้สึกว่าดีมากๆ ไม่แพ้ผลไม้ในเมืองไทยของเราเลย แต่ที่รู้สึกดีเป็นพิเศษ และไม่คิดว่าจะรู้สึกได้ขนาดนี้ก็คือเจ้าองุ่นกับสาลี่ เพราะปกตินะเองไม่ทานผลไม้ทั้งสองชนิดนี้ เพราะไม่ชอบรสชาติของมันเท่าไหร่ แต่พอได้ลองทานผลไม้ทั้งสองชนิดที่ผลิตมาจากฟุคุชิมะ รสชาติกลับถูกจริตนะ เลยรู้สึกปลื้มเป็นพิเศษ ส่วนแอปเปิ้ลกับลูกพีชเองก็สดมากๆ แถมอร่อยมากๆ เช่นกันค่ะ

ที่จริงยังมีอีกหลายเมนูที่นะเองได้มีโอกาสลองชิม แต่ด้วยความรีบและด้วยอะไรหลายๆ อย่าง นะเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาทุกเมนูค่ะ

แต่ถ้าถามถึงความรู้สึกในภาพรวมแล้ว อยากบอกว่า เป็นงานที่ดีมาก และเห็นได้ถึงพลังในการประชาสัมพันธ์โปรโมทสินค้าและการท่องเที่ยวของฟุคุชิมะที่ตั้งใจโปรโมทจริงๆ อีกทั้งอาหารหลายๆ อย่างก็อร่อยมากเลยด้วย รู้สึกดีจริงๆ ที่ได้มาร่วมงานนี้

ต้องขอขอบคุณทางจังหวัดฟุคุชิมะที่ได้จัดงานนี้ขึ้นมาค่ะ

และที่สำคัญ ต้องขอขอบคุณทาง JGB ที่ให้โอกาสนะได้มาสัมผัสและเข้าร่วมงานดีๆ แบบนี้ ขอขอบคุณมากๆ เลยค่ะ

 

ถ้ามีโอกาสได้ไปที่ญี่ปุ่นอีก ไว้จะมาเที่ยวที่ฟุคุชิมะนะคะ

福島県、またね!!:)

แจกบ้านสำรองเจ้าค่ะ

posted on 19 Oct 2013 01:12 by naru-sa
ตอนนี้ได้สมัครบล็อกไว้อีกที่นึงค่ะ เลยขอแจกบ้านสำรองไว้ก่อนนะ
แต่เวลาอัพ ก็จะอัพพร้อมกันทั้งสองที่ค่ะ ^^

ลิ้งก์บ้านสำรอง
http://naru-sa.bloggang.com/
 
ตามนี้ค่ะ เผื่อวันไหนจะเข้ามาอ่านที่นี่แล้วเว็บมีปัญหา เข้าไปอ่านไม่ได้นะคะ
ขอฝากอีกบ้านไว้ด้วยนะ ^o^

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้มีโอกาสทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ที่เซนทรัลบางนามาค่ะ

และเมื่อทำธุระของตัวเองเสร็จแล้ว ก็เลยขอถือโอกาสหาอะไรทานให้อิ่มหนำสำราญสักหน่อย

ซึ่งคราวนี้ ตัวเองก็ใช้เวลาเลือกไม่นาน เนื่องจากว่ามันอยู่ในหัวอยู่แล้ว...555

และร้านที่นู๋นะเลือก ก็คือ...

ร้าน “Tenya” ร้านข้าวหน้าเทมปุระอันดับ 1 ของญี่ปุ่นนั่นเอง!!
 
 
          ร้าน “Tenya” นี้ เป็นร้านที่มีเมนูจานหลักเป็นข้าวหน้าเทมปุระ สูตรต้นตำรับมาจากย่านอะซาคุสะ กรุงโตเกียว ที่ขายดีเป็นอันดับ 1 ในญี่ปุ่น และตอนนี้ทางร้าน “Tenya” ก็ได้มาเปิดสาขาแรกที่เมืองไทยแล้วค่ะ ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าเซนทรัลบางนา
 

          ในวันที่ได้ไปทานมานั้น เป็นวันเปิดทำการวันแรกของร้านพอดีค่ะ จึงมีผู้เอาดอกไม้มาแสดงความยินดีที่ร้านด้วย และที่หน้าร้านก็มีแผ่นสติ๊กเกอร์นี้แปะอยู่ค่ะ

          ซึ่งสติ๊กเกอร์ที่ติดหน้าร้านนี้ เป็นโปรโมชั่นที่ทางร้านได้จัดขึ้น เนื่องในโอกาสที่ทางร้านได้มาเปิดสาขาแรกในเมืองไทย โดยเป็นโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 ตั้งแต่วันที่ 11-20 ตุลาคมนี้

ว่าแล้วก็ไม่ลังเล รีบเดินเข้าไปในร้านทันทีค่ะ!!

          ที่นี่จะมีเมนูข้าวหน้าเทมปุระให้เลือกทานอยู่หลายแบบเลยค่ะ ซึ่งจะมีทั้งเทมปุระกุ้ง ปลา ปลาหมึก และผักต่างๆ อย่าง ฟักทอง ถั่วแขก มะเขือม่วง ฯลฯ ราคาจะมีตั้งแต่ 99-159 บาท ค่ะ

          ในตอนที่ทางพนักงานได้เอาเมนูมาให้นั้น ตอนแรกตั้งใจว่าจะสั่งเมนู “ออลสตาร์เทนด้ง” ที่ราคา 159 บาท ไป และขอของแถมเป็น “เทนด้ง” ในราคา 129 บาท

...แต่กลายเป็นว่าวัตถุดิบบางอย่างในเมนู “ออลสตาร์ฯ” หมดแล้วซะง้านน...Tongue out

งานนี้ก็เลยได้สั่ง 2 เมนูนี้มาแทนค่ะ

ชามแรก เป็นเมนูที่มีชื่อว่า “โจเทนด้ง” ซึ่งจะมีเทมปุระกุ้ง, มะเขือม่วง, ฟักทอง และถั่วแขก ราคา 139 บาทค่ะ

โจเทนด้ง

ส่วนชามที่สอง เป็นเมนูที่มีชื่อว่า “เทนด้ง” ซึ่งจะมีเทมปุระกุ้ง, ปลาหมึก, ปลากราย, ฟักทอง และถั่วแขก ราคาอยู่ที่ 129 บาทค่ะ

เทนด้ง

          ...ดูไป หน้าตาช่างคล้ายกันมากเลยนะเนี่ย ท้อปปิ้งแทบจะลอกแบบมาเหมือนกันเลย ต่างกันแค่ตรงจำนวนเทมปุระกุ้งในแต่ละชามที่ไม่เท่ากัน รวมถึงมะเขือม่วง, กลาหมึก และปลากรายนี่แหละ แต่อย่างว่า ณ ตอนนั้นคนมันอยากกินเทมปุระกุ้งและผักนี่นะ Foot in mouth

และพอได้ทานเข้าไปแล้ว...

          รสชาติดีมากเลยค่ะ ทั้งในส่วนเทมปุระและน้ำราดซอส ค่อนข้างกลมกล่อมกันดี เพียงแต่ตอนที่ทาน “โจเทนด้ง” รู้สึกว่าข้าวมันแฉะไปหน่อยนึงนะ แต่นอกนั้นโอเคเลยค่ะ

          ส่วนของเครื่องดื่ม นู๋นะสั่งชาเขียวเย็นไป (แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา) ส่วนตัวชอบรสชาติและกลิ่นของมันนะ อารมณ์แบบได้กลิ่นข้าวญี่ปุ่นค่ะ ชอบมากๆ

โดยภาพรวมแล้ว ถ้าคะแนนเต็ม 10 นู๋นะขอให้ซัก 9 คะแนนนะคะ Kiss

          ในรอบแรกที่ได้ไปกินมานี้ ได้สั่ง “โจเทนด้ง”, “เทนด้ง” และชาเขียวเย็นมาค่ะ ราคาอาหารที่ได้ทานไปรวมทั้งสิ้น 161 บาท ถือว่าคุ้มมากสำหรับโปรโมชั่นพิเศษในการฉลองเปิดสาขาแรกในครั้งนี้

เห็นแบบนี้ นู๋นะซึ่งเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวก็ทานหมดนะ แบบว่า...มันเป็นมื้อแรกของวัน...555

          นอกจากเมนูข้าวหน้าเทมปุระที่เน้นพวกกุ้งและผักเป็นหลักแล้ว ใครที่ชอบทานไก่ ที่นี่ก็มีข้าวเทมปุระไก่อย่างเมนู “เนงิมาโยโทริเทนด้ง” (109 บาท) และเมนู “โอยาโกะ โทริเทนด้ง” (129 บาท) ด้วยค่ะ หรือสำหรับใครที่ไม่ค่อยชอบทานเนื้อสัตว์ ที่นี่ก็มีเมนูข้าวหน้าเทมปุระผักอย่างเมนู “ยาไซเทนด้ง” (129 บาท) ด้วยนะคะ

          ส่วนของหวานของทางร้าน จะเน้นพวกไอศกรีมเป็นหลักค่ะ ราคาจะอยู่ที่ 49-59 บาท ซึ่งเมนูที่ตัวเองกำลังสนใจตอนนี้คือ “ไอศกรีมเทมปุระ” ค่ะ แต่ตอนที่ไปทานมานั้นรู้สึกอิ่มเกิน เลยไม่ได้สั่งมาทานล่ะ ><”

          ใครที่อยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเมนูที่ได้กล่าวไป ลองเข้าไปดูได้ที่หน้าแฟนเพจของร้าน Tenya นะคะ โดยพิมพ์คำว่า “Tenya Thailand” หรือเข้าไปดูที่ https://www.facebook.com/TenyaThailand

          ส่วนตัวร้านจะอยู่ที่เซนทรัลบางนา ชั้น 3 โซนด้านหลัง ใกล้ๆ ทางไปลานจอดรถ ค่ะ ติดกับร้าน S&P เลย คิดว่าคงจะหาตำแหน่งร้านได้ไม่ยากนะคะ

          ...ว่าแล้ว เดี๋ยวไว้วันพรุ่งนี้ พาเพื่อนๆ น้องๆ ไปทาน “เทนด้ง” ดีกว่า ...หวังว่าตอนที่ไปจะยังมีของเหลือให้ได้สั่งทานอยู่นะ Foot in mouth